Tromso

นอร์เวย์เป็นประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียที่มีสภาพภูมิประเทศที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด เพราะไม่ว่าจะมีโอกาสได้เดินทางไปเยือนมากครั้งเพียงใดจนเลิกนับตารางการเดินทางไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปถึงที่แห่งนี้ ความตื่นเต้น ความสวยงามของบรรยากาศรอบตัว ก็ยังสามารถสะกดให้เราต้องตื่นตะลึงกับธรรมชาติ ขุนเขา และโตรกผาที่ตั้งสูงชัน ได้ดั่งมีมนต์ตราพิเศษมายึดตรึงเราไว้

และอีกเช่นเดียวกัน ที่เมื่อผู้คนพูดถึงนอร์เวย์ ต่างก็มักจะพากันนึกถึงความตื่นเต้นของการได้เห็นพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่ North Cape ดินแดนที่ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของประเทศ สถานที่ๆเราสามารถจะมองเห็นความอัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่พระอาทิตย์จะไม่มีวันหลับใหลเมื่อฤดูร้อนหมุนเปลี่ยนเข้ามา แต่จะมีคนซักกี่คนกันเล่าที่จะทราบว่า นอร์เวย์ยังมีดีกว่าที่คุณคิด?

คุณเคยได้ยินชื่อเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอย่าง Tromso บ้างไม๊? เมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งแสงเหนือ เมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆกลางทะเลมีสะพานแสนสวยทอดตัวยาวเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ เมืองที่มีภูเขาสูงใหญ่ที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนโอบกอดเมืองทั้งเมืองไว้ดุจดังมันกำลังปกปักรักษาสมบัติล้ำค่าไม่ให้ใครมาแย่งชิง

Tromso เมืองสวยที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่มีความคุ้นเคย หากจะเดินทางไปถึงเราอาจจะต้องใช้เวลาเดินทางจากเมืองหลวงอย่างออสโลโดยใช้สายการบินภายในประเทศ และหากเราเดินทางมาจากภายนอกประเทศ เราอาจจะต้องใช้เวลากันกว่าครึ่งค่อนวันในการเปลี่ยนถ่ายเครื่องบิน แต่เมื่อเราได้เดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่าง Tromso เมื่อใด ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางจะมลายสิ้นไปในทันที เพราะความน่ารักของผู้คน ที่มีเผื่อแผ่ให้แก่คนแปลกหน้านั้นมีอยู่อย่างเหลือเฟือ ด้วยรอยยิ้มชวนประทับใจ อัธยาศัยไมตรีที่พร้อมช่วยเหลือนักเดินทางพลัดถิ่นอย่างพวกเรา และเมื่อได้ใช้เวลาสำรวจอาคารบ้านเรือนที่รายล้อมอยู่รอบตัวก็จะพบว่าเรากำลังเดินทางย้อนเวลากลับสู่อดีตที่ยังคงความคลาสสิคของตัวมันเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

ณ สถานที่แห่งนี้ บ้านไม้ที่มีอายุนับร้อยปีตั้งแต่ ค.ศ.1789 ยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิม เป็นสมบัติที่เชิดหน้าชูตาสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวเมืองเสมอมา และมันไม่ได้มีเพียงแค่หลังเดียว แต่เมืองเล็กๆแห่งนี้อัดแน่นไปด้วยบ้านไม้โบราณอายุยืนยาวตั้งแต่ยุคกลาง จนได้รับการยอมรับจากทั่วประเทศว่าเป็นเมืองที่สามารถอนุรักษ์ความเก่าแก่สมบัติของชาติได้มากที่สุดอีกด้วย

โบสถ์หลังงามอย่าง Arctic Cathedral โบสถ์ร่วมสมัยที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1965 ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ นอกจากนั้นมันยังเป็น Land Mark สำคัญที่ให้ผู้คนจากทุกมุมโลกได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมความงามที่ซุกซ่อนตัวอยู่ภายใน

และที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันนั้น Tromso Cathedral โบสถ์ไม้เก่าแก่ที่สุดในประเทศ เปิดให้บริการแก่ชุมชนมาตั้งแต่ ค.ศ.1861 ยังคงความงดงาม คลาสสิค มีเวทย์มนต์สะกดผู้พบเห็นได้อย่างไม่เสื่อมคลาย ถึงแม้ว่า Tromso จะตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือเสียเหลือเกิน แต่ความหนาวเย็นกลับไม่ทำร้ายผู้คนอย่างเช่นที่อื่นใด เพราะมันได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นที่ไหลหมุนเวียนอยู่โดยรอบ จึงทำให้การเดินท่องเที่ยวใน Tromso สามารถทำได้แบบไม่ทรมานจนเกินไป

และในวันอากาศดี สดใสไร้เมฆฝน การออกเรือนั่งชมปลาวาฬหลังค่อมอย่างใกล้ชิด จนแทบจะเอามือสัมผัสถึงความหยาบกระด้างของผิวหนังได้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราไม่ควรพลาดเป็นอันขาด แต่ต้องขอเตือนกันไว้ก่อนเลยว่า ให้ทานยากันเมาคลื่นไว้ให้ดี เพราะการลอยเรือน้อยท่ามกลางคลื่นทะเลที่โยนตัวไปมา ไม่ใช่เรื่องที่ใครๆก็ทำได้ นอกจากนักเดินทางตัวจริงเพียงเท่านั้น

สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ Tromso ได้อย่างมากมายเห็นจะได้แก่ การที่มันถูกใช้เป็นสถานที่ในการเฝ้าดูความอัศจรรย์ทางธรรมชาติอย่างแสงเหนือมาอย่างยาวนาน เพราะสถานที่ตั้งที่อยู่ใกล้กับขั้วโลกจนเกือบจะขว้างก้อนหินถึง ประกอบกับความงดงามของภูเขาและทะเลที่ถูกใช้เป็นฉากหน้าในการถ่ายทำได้อย่างลงตัว จึงทำให้เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนแก่เหล่านักเดินทางที่ดั้นด้นมาจากพื้นที่ๆไกลแสนไกลเยี่ยงนี้ การได้เห็นปรากฏการณ์แสงเหนือซักครั้งในชีวิต เชื่อเหลือเกินว่าย่อมเป็นเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของนักเดินทางที่เจนจบกระบวนการ แล้วจะมีสถานที่ใดในโลกนี้อีกที่จะเหมาะสมไปกว่า Tromsoในการเป็นสักขีพยานกับปรากฏการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตแบบนี้Tromsoนิยามของเมืองมนุษย์ที่อยู่ใกล้สวรรค์แค่เอื้อม