Category Archives: ประเทศอิตาลี

Padova

อิตาลีประเทศที่ใครหลายคนต่างใฝ่ฝันว่าในช่วงชีวิตนี้จะต้องไปเยือนให้ได้ซักครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้เป็นคำขอที่มากจนเกินเลยไป แต่หากจะมีใครรู้หรือไม่ว่าที่ทางตอนเหนือของประเทศยังมีเมืองน่ารักและแสนโรแมนติกซุกซ่อนตัวอยู่ให้ห่างไกลจากสายตาผู้คน พาโดวา หรือ พาตัว (Padova) คือชื่อเรียกขานของมัน จะเรียกพาโดวา ว่าเป็นเมืองเล็กก็คงจะพูดไม่ได้เต็มปาก เพราะมันมีชาวเมืองอาศัยอยู่มากกว่าสองแสนคน และยังพ่วงตำแหน่งเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต้ไว้อีกด้วย บางครั้งพาโดว่าก็ถูกโยงพ่วงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเวนิส นั่นยิ่งทำให้มันกลายเป็นเมืองที่มีขนาดของประชากรที่มากถึงกว่าล้านหกแสนคนเลยทีเดียว แต่อย่าปล่อยให้จำนวนตัวเลขของประชากรมาหลอกลวงคุณได้ เพราะพาโดวานั้นมีดีในตัวเองอยู่อย่างเหลือเฟือ ยังจำความรู้สึกแรกที่ได้มาเยือนดินแดนแห่งสีสันได้ดี ณ ที่แห่งนี้ บ้านเรือนได้รับการวางผังเมืองไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ลำคลองสายเล็กๆที่ลัดเลาะผ่านตัวเมือง เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้แขกผู้มาเยือนต่างยินดีที่จะใช้เวลาเดินทอดน่องไปตามริมทางเดินเล็กๆ สลับกับบ้านสองชั้นก่ออิฐถือปูนสีสวย บ้านสีเหลืองนวล ตัดกับสีโอรสหวานฉ่ำที่ตั้งอยู่ข้างเคียง เป็นอะไรที่ทำให้ต้องตกหลุมรักยามเมื่อแรกเห็น สะพานเล็กๆที่ทอดข้ามจากฝั่งหนึ่งไปยังฝั่งตรงข้ามมีให้เห็นเป็นระยะๆ นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ต่างพร้อมใจกันหยุดถ่ายรูปที่กลางสะพานโดยมีฉากหลังเป็นทิวบ้านเรียงรายสองฝั่งคลองสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าด้วยต้นไม้สีสดที่ปลูกไว้ในกระถางที่วางแซมไว้ตามหน้าต่างไม้บานไม่ใหญ่โต หากใครที่ชื่นชอบงานสถาปัตยกรรมแบบเรเนอซองส์ รับรองว่าท่านจะต้องตกหลุมรักพาโดวาอย่างเต็มหัวใจ เพราะสถานที่แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยงานสถาปัตยกรรมที่ช่างฝีมือเอกของยุคได้ทิ้งผลงานของตนเองไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชมกันอย่างจุใจ ณ ช่วงเวลาหนึ่งแห่งยุคกลาง ศิลปะแบบไบเซนไทน์ที่เฟื่องฟูมากว่าร้อยปี ได้ถูกแทนที่ด้วยเรเนอซองส์สถาปัตยกรรมที่มีความอ่อนช้อยงดงาม ภาพวาดแบบเฟรสโก โดยการวาดภาพฝาผนังด้วยสีสันสดใสลงบนพื้นปูนเปียก เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย เมื่อพูดถึงงานภาพวาดแบบเฟรสโก สถานที่สำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้กับพาโดวาอย่างมากมายเห็นจะไม่มีที่ใดเกินหน้าเกินตาโบสถ์

โพซิตาโน่

เมืองชาวประมงเล็กๆ ที่อยู่ในจังหวัดซาเลโน แคว้นแคมพาเนีย ตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บนหน้าผาแคบๆ แล้วลดหลั่นกันลงมาจนถึงริมชายหาด Amalfi Coastline ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ประวิติศาสตร์ของโพซิตาโน่นั้นสามารถย้อนกลับไปได้ถึงช่วงยุคกลางโดยที่เมืองแห่งนี้มีความเจริญสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 16 – 17 แล้วอยู่มาวันหนึ่ง การค้า การประมงที่มีความรุ่งเรืองก็เกิดการซบเทราอย่างเฉียบพลัน การประมงที่เคยทำรายได้ให้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ก็พลันหยุดชะงักลงเสมือนว่าฝูงปลาที่เคยมีอยู่มากมายนั้น ต่างพากันอพยพไปยังที่หมายปลายทางอื่น ชาวเมืองเริ่มทนความฝืดเคืองที่เกิดขึ้นนี้ต่อไปไม่ได้ จึงได้พากันเคลื่อนย้ายไปยังที่หมายใหม่ที่มีอนาคตสดใสกาววาวกว่าอย่างเช่น อเมริกาดินแดนแห่งโอกาสและความหวัง ในปัจจุบัน โพซิตาโน่หาได้เป็นอย่างเช่นในอดีต เพราะมันกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีอนาคตสดใส ด้วยความสวยงามของธรรมชาติ ชายหาดที่ชวนให้นอนอาบแดด หรือเพียงแค่เดินเล่นเอาเท้าแช่น้ำทะเลสีคราม ค่าครองชีพที่ถูกกว่าเมืองพี่เมืองน้องข้างเคียงของมันอย่างอมาลฟี เฉกเช่นเดียวกันกับเมืองทั่วไปในยุโรป ที่จะต้องมีโบสถ์ประจำเมืองที่สวยงาม โพซิตาโน่ก็มีซานต้า มาเรียเป็นที่เชิดหน้าชูตา ด้วยสถาปัตยกรรมแบบไบเซ็นไทน์ของศตวรรษที่ 13 และสิ่งศักดิสิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง รูปปั้น Black Madonna ที่มีตำนานเล่าสู่กันมาว่าโจรสลัดได้ขโมยรูปปั้นนี้มาจากพวกไบเซ็นไทน์ และเมื่อเรือล่องมาถึงอ่าวหน้าเมืองโพซิตาโน่

CORTINA D’AMPEZZO

เมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในหุบเขาแอล์ปทางตอนเหนือของอิตาลีนั้นมีอยู่มากมาย แต่หนึ่งในเมืองที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลให้ต้องดั้นด้นไปเยี่ยมเยือนให้ได้ซักครั้งจะเป็นเมืองใดไปไม่ได้หากมิใช่ CORTINA D’AMPEZZO เมืองเล็กๆที่ทรงเสน่ห์เสียเหลือเกิน กับประชากรเพียงแค่หกพันกว่าคน แต่เมื่อฤดูหนาวมาเยือน จำนวนผู้คนที่ต่างพากันเดินขวักไขว่ไปทั่วเมืองจะเพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่นต้นๆได้ภายในชั่วข้ามคืน ความสวยงามของ Cortina ไม่ได้อยู่ที่สถาปัตยกรรมที่เลิศหรูอลังการ แต่กลับเป็นเพียงความเรียบง่ายของบ้านเรือนที่เป็นแบบอิตาลีผสมเยอรมัน บ้านสามชั้นที่ปลูกสร้างด้วยปูนและไม้ กับระเบียงไม้แสนสวยที่ประดับด้วยกระถางต้นไม้สีสดใส ถือเป็นสิ่งดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วโลกต่างพากันมาเยือนดินแดนแห่งนี้ไม่ขาดสาย ภาพที่เห็นเจนตาของกิจกรรมที่ผู้คนที่นี่ต่างพร้อมใจกันทำเหมือนๆกันก็คือ การเดินทอดน่องไปตามถนนสายเล็กๆ ที่ลัดเลาะผ่านตัวเมือง บ้านเรือน ร้านค้าที่ตั้งอยู่สองฝั่งทางรอพร้อมต้อนรับแขกผู้มาเยือน ของที่ระลึกกระจุ๊กกระจิ๊กอย่างตุ๊กตาพื้นเมืองน่ารักๆ แม็กเน็ตติดตู้เย็นสีสวย มีให้เลือกชมในราคาย่อมเยา อากาศบริสุทธิ์เย็นสบาย ลมผัดอ่อนๆที่กระทบใบหน้าทำให้ผู้คนเกิดความกระชุ่มกระชวยในการเดินท่องเที่ยว ความน่าหลงใหลของ Cortina หาใช่อยู่ที่ความน่ารักของบ้านเรือนเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังเป็นเพราะทำเลที่ตั้งของเมืองที่ถูกอ้อมกอดของเทือกเขาแอล์ปโอบรัดเสมือนว่าจะไม่ให้สิ่งแปลกปลอมสามารถเยื้องกรายเข้ามาแปดเปื้อนเมืองในฝันที่น่าหวงแหนแห่งนี้ จงอย่าได้แปลกใจ หากท่านได้มีโอกาสไปเยือน Cortina ในฤดูร้อน แล้วจะพบกับผู้คนจำนวนมากต่างพากันเดินถือไม้พยุงสองอันและเดินมุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาสูง ที่ระหว่างทางจะพบเห็นทุ่งหญ้าเขียวขจีดั่งพรมกำมะหยี่ที่ใครซักคนนำมาปูต้อนรับพวกเขาเหล่านั้น แม่น้ำ Boite River ที่ไหลขนานไปกับตัวเมือง เป็นดั่งเสมือนเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงให้เกิดความอุดมสมบูรณ์