โพซิตาโน่

เมืองชาวประมงเล็กๆ ที่อยู่ในจังหวัดซาเลโน แคว้นแคมพาเนีย ตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บนหน้าผาแคบๆ แล้วลดหลั่นกันลงมาจนถึงริมชายหาด Amalfi Coastline ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ประวิติศาสตร์ของโพซิตาโน่นั้นสามารถย้อนกลับไปได้ถึงช่วงยุคกลางโดยที่เมืองแห่งนี้มีความเจริญสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 16 – 17 แล้วอยู่มาวันหนึ่ง การค้า การประมงที่มีความรุ่งเรืองก็เกิดการซบเทราอย่างเฉียบพลัน การประมงที่เคยทำรายได้ให้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ก็พลันหยุดชะงักลงเสมือนว่าฝูงปลาที่เคยมีอยู่มากมายนั้น ต่างพากันอพยพไปยังที่หมายปลายทางอื่น ชาวเมืองเริ่มทนความฝืดเคืองที่เกิดขึ้นนี้ต่อไปไม่ได้ จึงได้พากันเคลื่อนย้ายไปยังที่หมายใหม่ที่มีอนาคตสดใสกาววาวกว่าอย่างเช่น อเมริกาดินแดนแห่งโอกาสและความหวัง

ในปัจจุบัน โพซิตาโน่หาได้เป็นอย่างเช่นในอดีต เพราะมันกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีอนาคตสดใส ด้วยความสวยงามของธรรมชาติ ชายหาดที่ชวนให้นอนอาบแดด หรือเพียงแค่เดินเล่นเอาเท้าแช่น้ำทะเลสีคราม ค่าครองชีพที่ถูกกว่าเมืองพี่เมืองน้องข้างเคียงของมันอย่างอมาลฟี

เฉกเช่นเดียวกันกับเมืองทั่วไปในยุโรป ที่จะต้องมีโบสถ์ประจำเมืองที่สวยงาม โพซิตาโน่ก็มีซานต้า มาเรียเป็นที่เชิดหน้าชูตา ด้วยสถาปัตยกรรมแบบไบเซ็นไทน์ของศตวรรษที่ 13 และสิ่งศักดิสิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง รูปปั้น Black Madonna ที่มีตำนานเล่าสู่กันมาว่าโจรสลัดได้ขโมยรูปปั้นนี้มาจากพวกไบเซ็นไทน์ และเมื่อเรือล่องมาถึงอ่าวหน้าเมืองโพซิตาโน่ ทันใดนั้นก็ได้เกิดพายุใหญ่คลื่นลมแรงเกินกว่าที่เรือลำน้อยจะต้านทานไหว เมื่อเรือล่มลง เหล่าโจรสลัดจึงได้ขนรูปปั้นอันศักดิ์สิทธิ์นี้ลงเรือเล็กเพื่อหนีตาย แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังแว่วมาจากสายลม “Posa Posa วางลง วางลง” เหล่าโจรร้ายต่างหวั่นเกรงว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามา จึงได้นำองค์มาดอนนาเข้ามาสู่โพซิตาโน่ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ มันก็ได้กลายไปเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาตลอดกาล

หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ต้องการสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ และชื่นชมกับความเรียบง่ายในการดำรงชีวิต โพซิตาโน่มีทุกสิ่งที่ท่านต้องการ ให้โอกาสแก่ตัวเองซักครั้งที่จะได้รับรู้ถึงความงดงามที่ปราศจากสิ่งปรุงแต่ง ใช้เวลาที่จะเรียนรู้มัน อยู่กับมัน ชื่นชมมัน และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีให้เป็นอีกหนึ่งบทเรียนของชีวิต